เชียงกงเครื่องยนต์มือสอง

ทั่วไป => อุปกรณ์เสริม เครื่องมือพิเศษ => ข้อความที่เริ่มโดย: 108isee ที่ กรกฎาคม 13, 2008, 11:53:48 AM



หัวข้อ: Energy Tire ยางทำให้ประหยัดน้ำมัน จริง หรือ ?
เริ่มหัวข้อโดย: 108isee ที่ กรกฎาคม 13, 2008, 11:53:48 AM
Energy Tire

(http://www.freethailand.com/webboard/images/energy-tire1.jpg)

Energy Tire

ยางประหยัดน้ำมัน ???
   ยางจะช่วยให้รถยนต์ของเราประหยัดน้ำมันได้อย่างไร ??
ในการขับขี่รถยนต์นั้น แน่นอนว่า รถยนต์ของทุกท่านจำเป็นจะต้องมีการเติมเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หรือกระทั่งไฟฟ้า และเมื่อท่านขับขี่เดินทางไปได้ในระยะหนึ่ง ท่านก็จำเป็นต้องทำการเติมเชื้อเพลิง
กลับเข้าไปใหม่เพื่อไปชดเชยเชื้องเพลิงที่สูญหายไป


การที่เชื้อเพลิงได้สูญหายไปนั้น เกิดจากการที่รถยนต์ของท่านมีแรงต้านการเคลื่อนที่ ดังนั้น เครื่องยนต์ของรถยนต์จะต้องสร้างกำลังงานจากเชื้องเพลิง เพื่อออกแรงต่อต้านแรงดังกล่าว สังเกตได้ง่ายๆว่า หากท่านขับขี่
ที่ความเร็วคงที่ แล้วทำการดับเครื่องยนต์ รถยนต์ที่ปราศจากกำลัง ก็จะค่อยๆชลอความเร็วจนหยุดเคลื่อนที่ในที่สุด


จากการค้นคว้าวิจัย ของนักออกแบบรถยนต์พบว่า 80% ของแรงต้านทั้งหมดของรถยนต์ที่ความเร็ว
ประมาณ 100 กม./ ชม มาจากแรงต้านหลายๆแรง ไม่ว่าจะเป็น แรงต้านของอากาศ แรงต้านของความฝืด
ระหว่างชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง ฯลฯ


อ้างถึง
(http://www.freethailand.com/webboard/images/energy%20tire2.jpg)

20% ที่เหลือ  >>> คือแรงต้านที่เกิดจากยางอย่างเดียว แรงต้านดังกล่าวเป็นแรงต้านที่มี อัตราส่วนค่อนข้างมาก
เมื่อเทียบกับแรงต้านอื่นๆ ดังนั้น ถ้าเราลดแรงต้านที่เกิดจากยางได้ เราก็สามารถช่วยให้รถยนต์ของท่านประหยัดน้ำมันได้นั่นเอง








หัวข้อ: Re: Energy Tire ยางทำให้ประหยัดน้ำมัน จริง หรือ ?
เริ่มหัวข้อโดย: 108isee ที่ กรกฎาคม 15, 2008, 11:14:54 PM
Energy Tire

ยางที่มีแรงต้านการเคลื่นที่ของรถต่ำ หรือ ยางประหยัดน้ำมัน !
ส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ยางเกิดการสิ้นเปลืองพลังงานเมื่อมีการกลิ้งนั้น ก็คือ
การยีดหดตัวของเนื้อยาง การที่เนื้อยางเกิดการยือหดตัวนั้น เกิดขึ้นในขณะที่หน้ายางเลื่อนตัวเข้า
และออกจากจุดสัมผัสกับพื้นถนน โครงยางจะมีการงอตัวเปลี่ยนรูป

 
เพื่อทำให้หน้ายางสามารถสร้างหน้าสัมผัสยึดเกาะไปกับพื้นถนน
ด้วยคุณสมบัติของเนื้อยางทั่วไปที่มีการสูญเสียพลังงานอันเนื่องมาจากการยืดหดตัวนี้เอง
ทำให้พลังงานส่วนหนึ่งสูญเสียไปกับกลไกลนี้โดยไม่ก่อประโยชน์


(http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms200871523101.jpg)

(ตรงรูปวงสีแดง)
บริเวณที่เนื้อยางเกิดการยืด-หดตัวสูง

เราสามารถทำความเข้าใจคุณสมบัติทางธรรมชาติที่สำคัญของเนื้อยางทั่วไปได้จากการเปรียบเทียบง่ายๆ


เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ จะขอยกตัวอย่างคุณสมบัติการคืนตัวของยางทั่วไป
เปรียบเทียบฟองน้ำ เพราะวัสดุทั้งสองมีลักษณะเชิงกลใกล้เคียงกัน


(http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms2008715233253.jpg)

รูปที่1  แสดงฟองน้ำและยางที่ความยาวหนึ่ง
รูปที่ 2 เมื่อมีแรงกด ทั้งฟองน้ำและยางก็จะหดตัวลง
รูปที่ 3 เมื่อเราเอาแรงกดออกทั้งฟองน้ำและยางต่างก็คืนตัว
        กลับไปที่เดิม แต่หลังจากช่วงเวลาหนึ่งผ่านไป
        ในช่วงเวลาดังกล่าวพลังงานส่วนหนึ่งจะสูญเสียไป
        ในรูปของพลังงานความร้อน


หัวข้อ: Re: Energy Tire ยางทำให้ประหยัดน้ำมัน จริง หรือ ?
เริ่มหัวข้อโดย: 108isee ที่ กรกฎาคม 16, 2008, 12:06:21 AM
จากคุณสมบัติดังกล่าว เราจึงทำความเข้าใจกับยางประหยัดน้ำมันได้ง่ายขึ้น


อย่างที่เราทราบกันดีแล้วว่า หน้าที่สำคัญที่สุดอันหนึ่งของยาง คือ การยิดเกาะกับพื้นถนน
การที่ยางจะยึดเกาะถนนที่ดีได้นั้น เนื้อยางจะต้องมีการยือหดตัวเพื่อสร้างหน้าสัมผัสที่แนบสนิทไป
กับพื้นถนน แต่ด้วยคุณสมบัติทางธรรมชาติของยางดังที่ได้บอกไว้ เราจะพบได้ว่า การยืดหดของยางนี้
ที่ก่อให้เกิดการสูญเสียพลังงาน  นักออกแบบยางจึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเพื่อให้เกิดเนื้อยางที่มีการสูญเสีย
พลังงานอันเนื่องจากการยืดหดของเนื้อยางต่ำที่สุด หรือ ทำให้เนื้อยางมีคุณสมบัติในการคืนตัวที่ดีกว่า


อ้างถึง
(http://www.freethailand.com/webboard/images/energy%20tire2.jpg)

นักออกแบบได้วิจัยโดยอาศัยเทคโนโลยีระดับโมเลกุล และเทคโนโลยีระดับสูง เพื่อที่จะสร้าง
เนื้อยางที่เป็น นวัตกรรมปฎิวัติ ที่เนื้อยางมีทั้งสมรรถนะในการยึดเกาะที่ดีเลิศบนท้องถนน
มีความคงทนแข็งแรง และโดดเด่น คือเนื้อยางที่มีความสูญเสียพลังงานอันเนื่องมาจากการ
ยืดหดที่ต่ำมาก  มิชลิน(Michelin) เรียกสูตรเนื้อยางสูตรพิเศษนี้ว่า
เนื้อยางเอ็นเนอจีย์ ( Energy Compound )


(http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms20087160045.jpg)


หัวข้อ: Re: Energy Tire ยางทำให้ประหยัดน้ำมัน จริง หรือ ?
เริ่มหัวข้อโดย: 108isee ที่ กรกฎาคม 17, 2008, 11:40:36 PM
(http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms2008717231044.jpg)

เมื่อส่วนของยางเลื่อนเข้าสู่จุดสัมผัส ยางจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้หน้ายางสร้าง
หน้าสัมผัสกับพื้นถนนให้มากที่สุด

(http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms200871723138.jpg)

บล๊อกดอกยางจะถูกกดทับ
พร้อมบิดตัวเนื่องจากการถ่ายเท พลังงานสู่ท้องถนนและ แก้มยางมีการยุบตัวลงเพื่อให้หน้ายางสร้าง
หน้าสัมผัสกับพื้นถนน หน้ายางจะถูกแบออกจนแบนเรียบ ขนานไปกับพื้นถนน



ยางทั่วไป
เนื้อยางทั่วไปนั้น ยางจะมีการคืนตัวที่ช้า ยางจะคืนตัวกลับไปเท่ากับก่อนเข้าสู่จุดสัมผัส
แต่ด้วยเวลาที่มาก ในขณะที่ยางยังไม่คืนตัวเต็มที่
พลังงานจากเครื่องยนต์จะมาเติมเต็มส่วนที่ยางยังไม่คืนตัว  ทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานอย่างไม่มีประโยชน์
เนื้อยางก็จะร้อนเพราะพลังงานที่สูญเสียก็จะกลายเป็นความร้อน


(http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms2008717233828.jpg)

ยางประหยัดน้ำมัน
จากความสามารถในการคืนตัวดีกว่า ทำให้ชิ้นส่วน ทั้งหมดนี้สามารถคืนตัวด้วยตัวเอง
กลับไปเกือยเท่ากับตำแหน่งปกติ ณ เวลาเดียวกัน
พลังงานของเครื่องยนต์ที่จะต้องมาสูญเสียเพื่อดันเนื้อยางให้กลับคืนสู่ตำแหน่งเดิมก็ลดน้อยลง
ทำให้ยางช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงาน
ความร้อนในเนื้อยางก็ไม่สูงเพราะมีการก่อความร้อนน้อยกว่า


(http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms200871723178.jpg)

ดูรูปประกอบครับ
-   จาก ลูกศรสีเขียว บน
ความโค้งหน้ายางจะกลับคืนไปเป็นสภาพปกติอย่างรวดเร็วด้วยการคืนตัวของยางเอง
        จนเกือบเท่ากับตำแหน่งเดิม

-   จาก ลูกศรสีเขียว ล่าง
แก้มยางก็จะคืนตัวเองด้วยความสามารถการคืนตัวที่ดีจนเกือบเท่ากับตำแหน่งเดิม
-   จาก ลูกศรสีเขียว ด้านขวา
บล๊อกดอกยางก็เช่นเดียวกันจะคืนตัวไปจนเกือบเท่าขนาด ดั้งเดิม
-   จาก ลูกศรสี ชมพู       
พลังงานจากเครื่องยนต์ที่สุญเสียไปในปริมาณที่น้อย



เมื่อเนื้อยางมีการสูญเสียพลังงานอันเนื่องมาจากการยืด-หดตัวลดลง ยางก็ย่อมมีการสูญเสียพลังงาน
หรือ สิ้นเปลืองน้ำมันน้อยลงเช่นกัน

นอกเหนือจากเนื้อยางเอ็นเนอจีย์แล้ว มิชลินยัง ได้นำประสบการณ์การ ออกแบบและพัณนายางรถยนต์ที่มี
มานานกว่า 100 ปี มาออกแบบส่วนประกอบต่างๆ เช่น
รูปแบบของบล๊อกดอกยาง สภาพทางอากาศพลศาสตร์ของยาง ฯลฯ เพื่อช่วยให้มีการใช้พลังงาน
จากเครื่องยนต์โดยประสิทธิภาพมากที่สุด สิ้นเปลืองน้ำมันน้อยทีสุด ซึ่งทั้งหมดนี้ รวมเรียกว่า
เทคโนโลยี กรีนเอ็กซ์ (Radial XSE Green X Technology)

ด้วยคุณประโยชน์ที่โดดเด่นนี้เอง ทำให้ยางประหยัดน้ำมันได้รับการยอมรับ
และใช้กันอย่างแพร่หลายในทวีปยุโรปมามากกว่า 10 ปี

โครงสร้างยางแบบพิเศษที่ช่วยในการประหยัดน้ำมัน

(http://www.bcoms.net/upload/images/bcoms20087180741.jpg)





หัวข้อ: Re: Energy Tire ยางทำให้ประหยัดน้ำมัน จริง หรือ ?
เริ่มหัวข้อโดย: 108isee ที่ กรกฎาคม 20, 2008, 11:04:17 AM
อ่านจบ อาจสังสัย

สำหรับยางประหยัดน้ำมัน นอกเหนือจากการประหยัดน้ำมันแล้ว คุณสมบัติอื่นๆที่สำคัญ
โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของยางจะมีการ ลดทอนไป หรือไม่


ไม่ครับ แต่ในทางตรงกันข้าม ด้วยการคืนตัวที่ดีของเนื้อยาง  บล๊อกดอกยางสามารถคืนตัวออกไปจาก
สภาพที่ ถูกกดทับ เพื่อไปจับยิดถนนได้มากกว่าเดิม ส่งผลทำให้สมรรถในการยึดเกาะถนนชองยางสูงขึ้นกว่า
ยางปกติทั่วไป นอกจากนี้ โครงยางที่ออกมาเป็นพิเศษช่วยก่อให้เกิดการประหยัดน้ำมันนั้นยังมีความแข็งแรง
มั่นคงกว่าโครงยางทั่วๆไปจึงทำให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยโดยเฉพาะที่ความเร็วสูงด้วย


-ข้อมูลทั้งหมดนี้ ต้องขอขอบคุณ Michelin Thailand ด้วยครับ
http://www.michelin.co.th/thai/tyre_tips/tips.jsp (http://www.michelin.co.th/thai/tyre_tips/tips.jsp)

ShopALai.Com

http://www.youtube.com/v/euxbpDR-K3M&hl=en&fs=1&color1=0x234900&color2=0x4e9e00&border=1       Vdo การทดสอบ ยางประหยัดน้ำมัน จาก เจาะสนาม




หัวข้อ: Re: Energy Tire ยางทำให้ประหยัดน้ำมัน จริง หรือ ?
เริ่มหัวข้อโดย: Pike1414 ที่ พฤษภาคม 02, 2012, 12:50:00 PM
อยากรุ้เช่นกันครับๆ